<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-790888709883150313</id><updated>2012-02-12T22:08:47.859-08:00</updated><title type='text'>banlaem42   คนบ้านแหลม</title><subtitle type='html'>รักมั่น สายสัมพันธ์ 42ปี เพื่อน บ้านแหลมวิทยา บ้านแหลม เพชรบุรี</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://banlaem42.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/790888709883150313/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://banlaem42.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>อ.สุพจน์ สังข์ลาโพธิ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12045901187752010250</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-4P6Rfxd36cE/TxEVwJAO4vI/AAAAAAAAIxo/4XnQC_gSd8w/s220/DSCF7465.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-790888709883150313.post-7646756045174094123</id><published>2009-10-02T05:43:00.000-07:00</published><updated>2009-10-02T05:50:50.940-07:00</updated><title type='text'>คนบ้านแหลม บันทึกความทรงจำ</title><content type='html'>คนบ้านแหลม ไปอยู่แม่สะเรียง มีความทรงจำที่ถิ่นเกิดบ้านแหลม ให้อ่านกัน จะหารูปเก่าๆมาดูกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การประมงกับคนบ้านแหลม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt; อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มีประวัติความเป็นมายาวนานในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และกรุงรัตนโกสินทร์&lt;br /&gt;ภูมิประเทศเป็นแนวภูเขาลาดลงที่ราบมีแม่น้ำเพชรลงสู่ทะเลอ่าวไทยที่อำเภอบ้านแหลมและมีแนวชายหาดเป็นดินเลนสลับหาดทรายจากบ้านแหลมถึงชะอำ&lt;br /&gt;ประชากร ประกอบด้วยชนหลายกลุ่มชนเช่น กะเหรี่ยง มอญ ลาวทรงดำ ไทยท้องถิ่น ชาวจีน อิสลาม&lt;br /&gt;ศาสนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ดูจากจำนวนวัดที่มากมาย มีศิลปที่งดงาม ศาสนาอิสลาม มีการนับถือเจ้าแบบจีนและนับถือผีบางหมู่บ้าน&lt;br /&gt;อาชีพ ทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำนาเกลือ ทำการประมง สินค้าที่มีชื่อเสียงได้แก่เกลือทะเล ขนมหวานหลายชนิดโดยเฉพาะ ขนมหม้อแกง น้ำตาลตะโนด ลูกตาลสด มะนาวบ้านลาด&lt;br /&gt;ชมพู่เพชร อาหารทะเลสดและแปลรูป การท่องเที่ยว&lt;br /&gt; แม่น้ำเพชรบุรี เป็นแม่น้ำที่ไหลจากทิศใต้ลงสู่ทิศเหนือที่ปากอ่าวบ้านแหลมและปากอ่าวบางตะบูนโดยแยกเป็นสองสายที่วัดปากคลอง ส่วนใหญ่จะรู้จักแม่น้ำเพชร&lt;br /&gt;จากเรื่องราวของ ปู่เย็น เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรในรายการคนค้นคน  &lt;br /&gt;ปากแม่น้ำเพชรบุรีเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ไหลลงอ่าวไทยอีกสายหนึ่ง นอกจาก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำประแส อาชีพหลักของคนปากแม่น้ำ&lt;br /&gt;คือการประมง และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับทะเล การไปมาหาสู่ทางทะเลการค้าขายการหาปลาต่างถิ่นทำให้มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ นอกจากพื้นที่อ่าวไทยตอนบน&lt;br /&gt;ยังมีพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง เช่นหัวหิน ปราณบุรี ประจวบฯ บางสะพาน ชุมพร หลังสวน บ้านดอน ปากพนัง นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และฝั่งทะเลอันดามันได้แก่&lt;br /&gt;ระนอง สตูล กระบี่ กันตรัง พังงา ภูเก็ต &lt;br /&gt; อำเภอบ้านแหลมมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศเช่นประเทศมาเลเซีย จะมีเรือสินค้าแล่นใบมาซื้อเกลือ ข้าวสาร น้ำตาล โดยมีมะพร้าว ขนมปังแบบครีมเครกเกอร์ใส่ปี๊บ&lt;br /&gt;ผ้าปาเต๊ะ ร่ม และขนมต่างๆ เนื่องจากเวลาเดินทางมาเมืองไทย สินค้ามีน้อยจำเป็นต้องมีน้ำหนักถ่วงเรือ โดยใช้ทรายบรรทุกท้องเรือมาด้วย พอถึงปากแม่น้ำก็โกยทิ้งทำให้ปากแม่น้ำ&lt;br /&gt;ตื้นเขิน บ้างก็จอดหน้าวัดปากอ่าวให้ชาวบ้านขนขึ้นวัดไว้ก่อสร้างเพราะเรือสินค้าที่เรียกกันว่า เรือแขก ต้องนำใบเรือขึ้นซ่อมที่ลานวัด ทรายส่วนหนึ่งชาวบ้านนำเรือเล็กมาบรรทุก&lt;br /&gt;ไปใช้ก่อสร้างหรือถมที่ตามบ้านเช่นกัน เมื่อบรรทุกเกลือหรือข้าวสาร เต็มลำแล้วต้องผ่านพิธีทางศุลกากร ที่ด่านศุลการกรบ้านแหลม โดยมีเอเยนต์ ได้แก่นายเซียะมก หรือยายเต๋า เป็นผู้ดูแล&lt;br /&gt;ที่ขาดเสียไม่ได้ส่วนท้ายเรือสินค้าจามีกรงใส่ไก่พื้นเมืองหลายสิบตัว นำไปเป็นอาหารระหว่างเดินทางหรือนำไปเป็นไก่ชน กลางลำเรือจะมีครัวที่มีน้ำชาหรือกาแฟร้อนประจำ&lt;br /&gt; การประมงในอำเภอบ้านแหลมในสมัย 50ปี ในอดีต ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์มากแม้ในแม่น้ำก็ยังมีกุ้งปลาชุกชุม สามารถงมกุ้งตามเสาผูกเรือ ตกปลาดุกทะเล &lt;br /&gt;ปลาอีกึง(ปลาอีกง คล้ายปลาแขยง) ปลากระบอกใช้สวิงตักเวลาล้างปลาเค็ม บ้างก็ทำเรือผีหลอกได้ปลามากมาย เวลาหน้าฝนน้ำจืดไหลหลากลงทะเลหรือโรงเหล้า&lt;br /&gt;ปล่อยน้ำส่าเหล้า จะมีปลาน้ำจืดเช่นปลาเค้า ปลาช่อน ตัวโตๆ เมาน้ำลอยตามน้ำมา ที่ขาดไม่ได้คือ ปูแป้น ไข่เต็มท้องเอามาดองน้ำปลาคลุกข้าวร้อนๆ อร่อยกว่าปูแสม ที่หาไม่ยากอยู่แล้ว&lt;br /&gt;ส่วนปูทะเลจะขุดหรือตกโดยใช้เหยื่อปลากระเบน อยากได้ปูทะเลไข่ต้องพายเรือไปตักตามปีกโป๊ะและใช้ใบแสมใส่ท้องเรือกันปูกัดกัน ก่อนที่จะมัดด้วยความชำนาญ&lt;br /&gt;  การทำการประมง แต่เดิมในอดีต จะเป็นการทำการประมงชายฝั่ง เช่นการวางเบ็ดราว ยกยอ เลี้ยงหอยแครง ทำโป๊ะเฝือก การเดินทางไปทำการประมงยังใช้ เรือพาย เรือแจว&lt;br /&gt;หรือโป๊ะแล่นใบ ถ้าได้ปลามากๆ ก็จะชักธงแดงมองเห็นแต่ไกล เนื่องจากปากอ่าวพื้นที่เป็นเลนนุ่มเวลาน้ำลงสามารถแล่นใบบนเลนได้ ไฟฟ้ายังไม่มีต้องใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด&lt;br /&gt;หรือตะเกียงเจ้าพายุ ต่อมามีไฟฟ้า วิทยุ ทีวีขาว-ดำ เริ่มมีเรือยนต์ แต่ยังใช้เครื่องเผาหัวหมุนช้า เริ่มมีน้ำแข็งดองปลาเพื่อความสดและส่งไปขายต่างถิ่นมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมใช้&lt;br /&gt;ถนอมอาหารแบบตากแห้ง ดองเค็ม เช่นกุ้งแห้ง ปลาทูเค็ม ปลาอินทรีเค็ม กะปิ น้ำปลา ปลาหมึกแห้ง ปลาเยี้ยวเกี้ยหรือปลากระตัก ปลาหมึกดอง หอยแมลงภู้ต้มตากแห้ง&lt;br /&gt;จะเห็นได้จากยังคงมีถังดองปลาขนาดใหญ่ทำด้วยไม้สักให้เห็นอยู่บ้าง น้ำแข็งจะใช้แกลบกลบทำให้ละลายช้า ใช้ลังไม้ตำด้วยสากไม้ ต่อมามีเครื่องโม่น้ำแข็ง และห้องเย็น&lt;br /&gt; ด้วยความอุดมสมบูรณ์ เมื่อผู้เขียนเป็นเด็ก เคยพายเรือกับพ่อ ไปตักปูทะเลไข่ที่จะวางไข่ตามปีกโป๊ะ บางที่ก็เอาตะเกียงเจ้าพายุตั้งที่หัวเรือแจวไปตักปลาหมึกที่มาตอมไฟ&lt;br /&gt; วางเบ็ดราวปลาดุกทะเล วางอวนปลากระบอกหรือปลากุเรา ด้วยอาชีพทางบิดาและมารดามีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงมาช้านานผู้เขียนเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาการทำประมงของไทยทำให้เห็น&lt;br /&gt;การพัฒนาการทำประมงจากอดีตถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt; การที่ประชากรประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติและทรัพยากรที่มีมากมายทำให้มีอาชีพที่หลากหลายในบริเวณปากแม่น้ำ เช่นการทำป่าโกงกางเพื่อเผาถ่าน การทำนาเกลือ การเย็บจากมุงหลังคา&lt;br /&gt;การทำปลาเค็ม โรงน้ำปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ การต่อเรือ คานเรือสำหรับซ่อมแซมเรือ มีชุมชนและตลาดขนาดใหญ่ มีโรงยาฝี่น บ่อนการพนัน ส่วนการทำการประมงก็ยังเป็นอาชีพหลัก&lt;br /&gt;การเดินทางจากบ้านแหลมไปกรุงเทพไปได้หลายทาง คือนั่งรถยนต์ตัวถังเป็นไม้ไปตัวจังหวัดแล้วต่อรถไฟสายใต้ไปลงที่สถานีบางกอกน้อย หรอจะต่อรถยนต์จากเมืองเพชร&lt;br /&gt;ไปทางราชบุรี ผ่านนครปฐม ไปถึงกรุงเทพ อีกทางหนึ่งลงเรือเมล์ บานแหลม-แม่กลอง ตอนเช้าประมาณสองชั่วโมง มีข้าวแกงขายในเรือ ค่าโดยสารเท่าไรจำไม่ได้เพราะเป็นหลานเจ้าของเรือเลยไม่ต้องจ่ายเงิน&lt;br /&gt;ขึ้นรถไฟจากแม่กลองไปท่าฉลอมลงเรือข้ามฟากไปขึ้นรถไฟจากมหาชัยไปลงวงเวียนใหญ่หรือสถานีคลองสานลงเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระไปขึ้นที่ท่าสี่พระยา กว่าจะกรุงเทพก็เกือบหมดวันแล้ว&lt;br /&gt;ขากลับเรือมาถึงบ้านแหลมประมาณบ่ายสอง ถ้าน้ำแห้ง อาจถึงตอนเย็น บางวันฝนตกหรือมีพายุ มีคนเมาคลื่นเป็นประจำ ถือว่าเป็นความตื่นเต้นของเด็กๆที่ได้ไปกรุงเทพ&lt;br /&gt;  กว่า100ปีแล้วที่ชาวจีนจากหลายมณฑลได้อพยพมาประเทศไทยประเภทสื่อผืนหมอนใบ หรือมีทุนรอนก็มี เริ่มทำมาหากินเมื่อมีฐานะก็มีครอบครัวมีลูกหลานสืบตะกูลมีทั้งใช้แซ่ หรือเปลี่ยนเป็นนามสกุล&lt;br /&gt;ประกอบอาชีพมั้นคงร่ำรวยสืบต่อมา คนบ้านแหลมในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีเชื้อสายจีนและยังดำรงค์ประเพณีผสมผสาน ไทย-จีน เช่นตรุษจีน สารทจีน กินเจ ไหว้เจ้า แม้แต่งานแต่งงาน หรืองานศพ&lt;br /&gt;ก็ผสมผสานกันไป &lt;br /&gt; จะกล่าวถึงวิถีการทำประมงของคนบ้านแหลมแบ่งเป็นยุคๆดังนี้ ยุคดั้งเดิม ยุคเริ่มพัฒนา ยุคย้ายถิ่น ยุคเทคโนโลยี&lt;br /&gt; ต่อจากการใช้เรือแจวหรือเรือใบในการเดินทางและทำการประมงก็เริ่มมีเรือยนต์สำหรับลากจูงเช่นการทำ โป๊ะเฝือก จะต้องมีเรือโป๊ะ 1ลำ เรือลากจูงอีก1ลำมีพื้นที่บนฝั่งกว้างสำหรับเตรียมการ&lt;br /&gt; ต้องล่องแพเสาไม้ชะโอนลำต้นคล้ายต้นตาล ลำต้นตรงไม่ผุง่ายในน้ำทะเล มีความอ่อนตัวดีไม่หักง่าย แพไม่ไผ่สำหรับผ่า วิธีการผ่าไม้ไผ่ใช้ขวานบากที่โคนไม้เป็นกากบาด&lt;br /&gt;ใช้ไม้รวกใส่ตรงกลางช่วยกันกระแทกกับเสาที่ปักไว้อย่างแข็งแรงเสียงมากเมื่อหัวไม้พ้นเสาหลักใช้กระสอบโอบพันหัวไม้หนีบรักแร้ช่วยกันวิ่งลากไม่ไผ่จนแตกหมดลำ นำมาเลาะข้อด้านในออก&lt;br /&gt;จนกว่าจะครบจำนวนที่คำนวนไว้ นำมาถักด้วยลวดเป็นเฝือกม้วนไว้ แพไม้ลวก ใช้ไม้ลวกที่มีขนาดเล็กกว่าไม้ไผ่จำนวนมากทำปีกโป๊ะ หรือปีกกา ให้ปลาเข้าโป๊ะ ผลพลอยได้จะมีหอยแมลงภู่มาเกาะ&lt;br /&gt;เติบโตเป็นรายได้อีกส่วนหนึง ส่วนอวนสำหรับโป๊ะเฝือกมีสองแบบคือตาห่างและตาถี่  ต้องย้อมด้วยน้ำหมักจากเปลือกต้นโกงกางมีรสฝาดทำให้อวนไม่ขาดง่าย ในสมัยนั้นทุ่นอวนที่เรียกว่า ลูกกระสง&lt;br /&gt;ทำด้วยไม้จากต้นนุ่นหรือต้นทองหลางเพื่อให้อวนลอยน้ำ ต่อมาใช้ลูกแก้วมีเชือกถักกันแตก ปัจจุบันเป็นทุ่นพลาสติก ด้านล่างอวนจะมีห่วงโลหะ มีเชือกร้อยเพื่อรวบตีนอวนเข้าหากันเรียกว่ามาน&lt;br /&gt; เวลาจะจับปลาเรียกว่ารุกโป๊ะ เรือโป๊ะจะเข้าไปในโป๊ะไดยใช้ตะขอ คอยเกี่ยวดึงเรือไปรอบๆพร้อมปล่อยอวนลงไปในน้ำ เมื่อครบวงแล้ว จะดึงเชือกมานด้านล่างรวบตีนอวนเข้าหากันอวนก็กลายเป็นถุงที่มีปลา&lt;br /&gt;กุง ปลาหมึก อยู่ในถุงอวน ถ้าปลามาก ต้องรีบดึง ทุ่นกระสงขึ้นไม่ให้จม จากนั้นใช้สวิงตักปลาและสัตว์น้ำขึ้นมาคัดเลือกแยกประเภทเพื่อจำหน่ายต่อไป  ผู้เขียนไปโป๊ะเป็นประจำเคยเห็นปลาทูเข้าโป๊ะ&lt;br /&gt;ต้องลงอวนเพียงครึ่งเดียวได้เต็มลำเรือ พอเรือเข้าบ้านถึงปากอ่าวต้องชักธงแดง เพื่อให้คนที่บ้านเห็นแต่ไกล เตรียมคนเอาปลาขึ้นจากเรือ เวลาที่กำลังรุกโป๊ะ จุมโพ่ (พ่อครัว) จะเตรียมหุงข้าวไว้ส่วนกับข้าว&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่จะเป็นแกงส้มรวม และปลาทอดราดน้ำปลา โดยจะตำน้ำพริกปรุงน้ำแกงรอไว้ พอตักปลาขึ้นมา จุมโพ่จะเลือก กุ้ง ปู ปลา ล้างทำความสะอาดหั่นใส่หม้อแกงโรยใบมะกรูด ส่วนปลาทอด&lt;br /&gt;จะเลือกปลาเล็กปลาน้อยหรือปลาทู เมื่อผู้เขียนเป็นเด็กแกงเผ็ดเกินไป จุมโพ่จะทำปลาต้มน้ำปลา และทอดหมึกไข่น้ำดำ คือทอดสดๆไม่ต้องเอาดีหมึกสีดำออก สุกแล้วราดน้ำปลา คลุกข้าว&lt;br /&gt;การกินอาหารคนเรือแบบง่ายคือตักข้าวใส่ชาม ราดแกง ปลาทอด หามุมกินข้าวขณะที่เรือแล่นเข้าฝั้ง&lt;br /&gt; ปัจจุบันทำเป็นโป๊ะยก ประหยัดกว่าโป๊ะเฝือกมาก แต่ก็เหลือจำนวนน้อย เพราะโป๊ะอยู่กับที่รอปลามาเข้าโป๊ะ ด้านนอกมีเรือหาปลาหลายประเภทจับปลาโดยเครื่องมือทันสมัย จนไม่คุ้มทุน&lt;br /&gt;และกลายเป็นตำนานเล่าขานต่อไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/790888709883150313-7646756045174094123?l=banlaem42.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://banlaem42.blogspot.com/feeds/7646756045174094123/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://banlaem42.blogspot.com/2009/10/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/790888709883150313/posts/default/7646756045174094123'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/790888709883150313/posts/default/7646756045174094123'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://banlaem42.blogspot.com/2009/10/blog-post.html' title='คนบ้านแหลม บันทึกความทรงจำ'/><author><name>อ.สุพจน์ สังข์ลาโพธิ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12045901187752010250</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-4P6Rfxd36cE/TxEVwJAO4vI/AAAAAAAAIxo/4XnQC_gSd8w/s220/DSCF7465.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-790888709883150313.post-3766533935591262536</id><published>2009-09-05T23:08:00.000-07:00</published><updated>2009-09-06T23:51:49.965-07:00</updated><title type='text'>รักมั่น สายสัมพันธ์ 42 ปี ที่บ้านแหลม</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qKOKePM2V5s/SqPUY7il7rI/AAAAAAAAFpE/v1HhxrHyWRY/s1600-h/RE42.jpg"&gt;&lt;img style="cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 149px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_qKOKePM2V5s/SqPUY7il7rI/AAAAAAAAFpE/v1HhxrHyWRY/s400/RE42.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5378375904775237298" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;สถานที่รวบรวมเรื่องราวของเพื่อนที่ อายุจะ 60 ปีแล้วแต่ยัง รักมั่นมีสายสัมพันธ์ มานานกว่า40ปี ครูเสวกเป็นคนต้นเรืองที่รวบรวม&lt;br /&gt;ข้อมูลของเพื่อนเท่าที่ได้ มาพิมพ์ส่งให้เพื่อน  ครูสุพจน์ สานต่อเป็นรูปเว็ปไซต์ แบบง่ายที่จะเข้ามาชม เยี่ยมเยียน บอกลูกหลาน&lt;br /&gt;เข้ามาดูกัน เปิดเว็ปบอร์ดให้เข้ามาคุยกัน หรือโทรคุยกันบ้างจะไ้ด้ไม่เหงา      ที่แม่สะเรียง &lt;a href="http://www.ban-yodtumlueng.blogspot.com/"&gt;บ้านยอดตำลึง&lt;/a&gt; ยินดีต้อนรับทุกคุน สมยศ มา2ครั้ง ลำเพย บอกจะมาอีก จะเพิ่มรูป&lt;br /&gt;ที่มีอยู่และเพื่อนส่งมาให้ได้ไม่จำกัดที่ &lt;a href="http://www.meeboard.com/list.asp?user=banyodtumlueng&amp;uid=15422&amp;groupid=1"&gt;เว็บบอร์ดคนบ้านแหลม42&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/790888709883150313-3766533935591262536?l=banlaem42.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://banlaem42.blogspot.com/feeds/3766533935591262536/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://banlaem42.blogspot.com/2009/09/42.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/790888709883150313/posts/default/3766533935591262536'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/790888709883150313/posts/default/3766533935591262536'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://banlaem42.blogspot.com/2009/09/42.html' title='รักมั่น สายสัมพันธ์ 42 ปี ที่บ้านแหลม'/><author><name>อ.สุพจน์ สังข์ลาโพธิ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12045901187752010250</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-4P6Rfxd36cE/TxEVwJAO4vI/AAAAAAAAIxo/4XnQC_gSd8w/s220/DSCF7465.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qKOKePM2V5s/SqPUY7il7rI/AAAAAAAAFpE/v1HhxrHyWRY/s72-c/RE42.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
